ค่าไฟแพงเหมือนค่าผ่อนบ้านค่าเช่าร้าน ถ้าคุณ "ทำทุกอย่าง" (ทั้งปิดไฟ, ปรับแอร์) แต่ค่าไฟยังสูง....ให้ PeakGuard ช่วยลดค่าไฟให้คุณ

หยุด!! ก่อนจะลองหาซื้อ "กล่องประหยัดไฟแบบเสียบปลั๊ก" หรืออุปกรณ์ลดค่าไฟที่มีขายทั่วไป
🛡️ กังวลเรื่อง "กล่องประหยัดไฟแบบเสียบปลั๊ก" ? อ่านคำอธิบายฉบับเต็ม
ให้เรา ติดตั้ง PeakGuard ให้ฟรี 1 รอบบิล — คุณไม่ต้องจ่ายก่อน ไม่ต้องลุ้นเอง
เคสจริง: บ้านมีรถ EV 2 คัน ค่าไฟจาก 7,814.05 บาท เหลือ 4,309.16 บาท หลังตั้งค่าให้เหมาะสม*

ท้าให้ลองฟรี 1 เดือนหรือ รอผลบิลถัดไป แล้วค่อยชำระค่าติดตั้งจำกัด 10 หลังแรก ที่ติดต่อเรา
  • ติดตั้งไม่ยุ่งกับระบบไฟเดิม ใช้เวลา 60–90 นาที
  • ไม่กระทบประกัน เครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์ยังคงเย็นเหมือนเดิม
  • ปลอดภัย 100% ติดตั้งโดยช่างใหญ่ ประสบการณ์มากกว่า 40 ปี
  • ลดพีคช่วงชาร์จ EV / เปิดแอร์ / เดินเครื่อง เพื่อ ลดค่าไฟรวม*
  • ไม่พอใจ? โทรแจ้งถอดคืนได้ทันที เรายินดีบริการถอดคืนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง 100%

*ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดโหลด การตั้งค่า และพฤติกรรมการใช้งานจริง

PEAKGUARD

ปลอดภัย สบายใจ และประหยัดขึ้น — ด้วย PeakGuard

PeakGuard ระบบควบคุมกำลังไฟ 5 ระดับ สำหรับบ้านที่มีรถ EV บ้านที่ใช้ไฟเยอะ และ SME ใช้งานง่าย ปลอดภัย (จากผู้ใช้งานจริง)

รองรับ: Wall Charger, แอร์, เครื่องทำน้ำอุ่น, ปั๊มน้ำ, ประตูรีโมท, เครื่องอบผ้า

คำที่ลูกค้ามักค้นหา: อุปกรณ์ประหยัดไฟ, ค่าไฟแพง, ลดค่าไฟ EV, กล่องประหยัดไฟ SME, ลดค่าไฟ 3 เฟส, ประหยัดค่าชาร์จ EV, ลดค่าไฟแอร์, PeakGuard, กล่องประหยัดไฟ, ประหยัดค่าไฟ

*ผลลัพธ์การประหยัดขึ้นกับการใช้งานจริง

slide1
USE CASES

เหมาะกับบ้านใช้ไฟสูง และร้าน/SME ที่อยาก “ลดค่าไฟ” ให้สมูท

ลดโหลดพีคอัตโนมัติ จัดลำดับการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า

  • บ้านมี EV Charger + แอร์หลายตัว
  • ร้านกาแฟ/ร้านซักอบรีด/โฮสเทล ต้องคุมพลังงานช่วงใช้ไฟเยอะ
  • บ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮม ที่มีแอร์เยอะ
slide2
5 MODES

โหมดการทำงาน 5 ระดับ — เลือกได้ตามพฤติกรรม

  • 0 OFF ปิดระบบ
  • 1 Eco ลดกำลังช่วงกลางคืนแบบนุ่มนวล ประหยัด 10-15%
  • 2 Smart สมดุลความสบายกับการประหยัด ประหยัด 15-20%
  • 3 Peak‑Cut ลดพีคช่วงไฟแพงโดยอัตโนมัติ ประหยัด 20-25%
  • 4 Max‑Save ประหยัดสูงสุดในวันที่ใช้ไฟหนัก ประหยัดมากกว่า 25%
slide3
SAFETY

ระบบความปลอดภัย — มั่นใจได้ทุกวัน

  • ป้องกันกระแสเกิน / ไฟกระชาก / ไฟรั่วช๊อต สำหรับอาคารที่มีระบบเดิมยังสามารถใช้ได้ทั้งหมด
  • ไฟแสดงสถานะ บอกสถานะการทำงานชัดเจน
  • ติดตั้งโดยช่างใหญ่ ประสบการณ์มากกว่า 40 ปี
slide4
รับประกัน 1 ปี
โปรขยายประกันรวม 1 ปี
ค่าเดินทางฟรี
กทม. และปริมณฑล
รีวิวดี
ลูกค้าบ้าน/ร้านเล็กใช้จริง
ปลอดภัย น่าเชื่อถือ
ดีไซน์เพื่อความสบายใจ
FineScale Regulation Technology Badge FineScale Regulation Technology Badge Dark

PeakGuard FineScale™ Regulation Technology

FineScale™ คือเทคโนโลยีควบคุมพลังงานของ PeakGuard ที่ปรับระดับแรงดันไฟฟ้าได้ละเอียดสูงสุดถึง 100 ระดับ ช่วย “จูนกำลังไฟให้พอดีจริง” กับพฤติกรรมการทำงานของอุปกรณ์แต่ละชนิด ลดพลังงานส่วนเกิน ลดความร้อน และลดภาระของมอเตอร์ โดยที่ประสิทธิภาพการทำงานยังคงเดิม

จุดเด่นของ FineScale™

  • • ปรับพลังงานแบบ 100-Level Micro Step ละเอียดกว่าระบบทั่วไปหลายเท่า
  • • ให้พลังงานเฉพาะเท่าที่จำเป็น ลดไฟส่วนเกินที่อุปกรณ์ไม่ได้ใช้จริง
  • • ทำให้อุปกรณ์ทำงานนุ่มนวลขึ้น ร้อนน้อยลง และช่วยยืดอายุการใช้งาน
  • • เห็นผลการประหยัดได้ตั้งแต่รอบบิลแรก โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เดิม
5 Steps of FineScale Regulation Technology 5 Steps of FineScale Regulation Technology (Dark Mode)

PeakGuard ติดตั้งอย่างไร?

เราติดตั้ง PeakGuard เป็น "ประตูหลัก" หลังมิเตอร์ไฟ ทำให้สามารถควบคุมและปรับกระแสไฟ ให้ประหยัดขึ้นได้ **"ก่อน"** ที่จะจ่ายไฟไปทั่วทั้งบ้านและที่ชาร์จรถ EV

แผนภาพการทำงาน PeakGuard - ประหยัดไฟทั้งบ้านและที่ชาร์จ EV

กำลังมองโซล่าเซล 5 kW (โซล่ารูฟ) อยู่หรือเปล่า? ลองเทียบกับ PeakGuard ก่อน

บ้านที่ค่าไฟประมาณ 7,000–8,000 บาท/เดือน มักถูกแนะนำให้ติดโซล่าเซลบนหลังคา หรือที่เรียกกันว่า โซล่ารูฟ (Solar Roof) ขนาดประมาณ 5 kW ซึ่งถ้าออกแบบและใช้งานได้เหมาะสม ก็สามารถช่วยลดค่าไฟได้ระดับ หลายพันบาทต่อเดือน ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่เจ้าของบ้านจำนวนมาก ติดตั้ง PeakGuard เพื่อหวังผลไว้เช่นกัน แต่ต้องแลกกับการลงทุนและความยุ่งยากหลายด้านที่เจ้าของบ้านต้องรับมือเอง ด้านล่างคือภาพรวมข้อจำกัดของโซล่าเซล/โซล่ารูฟ 5 kW ที่หลายคนอาจยังไม่เคยมีใครบอกชัด ๆ

โซล่าเซล 5 kW (โซล่ารูฟ)

ระบบใหญ่ ลงทุนหลักแสน พร้อมความยุ่งยากแบบเต็มรูปแบบ

  • ลงทุนก้อนใหญ่ — ระบบโซล่าเซลบนหลังคา 5 kW พร้อมติดตั้ง โดยทั่วไปอยู่ที่ หลักแสนต้น–กลาง (ขึ้นกับแบรนด์แผง อินเวอร์เตอร์ โครง ยึดหลังคา ฯลฯ)
  • ติดตั้งยุ่งยาก — ต้องสำรวจโครงสร้างหลังคา เช็กว่ารับน้ำหนักได้ไหม วางตำแหน่งไม่ให้รั่ว ไม่ให้เงาบัง และต้องเดินสายไฟยาวไปถึงอินเวอร์เตอร์และตู้ไฟ
  • ขั้นตอนเอกสาร — ระบบ On-grid ต้องมีการยื่นขออนุญาตและตรวจสอบจากการไฟฟ้า ใช้เวลาและเอกสารหลายชุด ถ้าทำไม่ครบอาจมีปัญหาภายหลัง
  • คืนทุนช้า — แม้จะช่วยลดค่าไฟได้ แต่โดยเฉลี่ยมักต้องใช้เวลา หลายปี กว่าจะคืนทุน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟและคุณภาพอุปกรณ์
  • ต้องลุ้นแดดทุกวัน — วันไหนฟ้าครึ้ม ฝนตก หรือมีเงาตึก/ต้นไม้บัง ปริมาณไฟที่ผลิตได้จะลดลงทันที ทำให้การประหยัดจริงในแต่ละเดือนเหวี่ยงได้พอสมควร
  • เมนเทนแนนซ์แพง — แผงต้องมีการทำความสะอาดเป็นระยะ อินเวอร์เตอร์มีอายุการใช้งานจำกัด ถ้าเสียหรือหมดประกัน ค่าเปลี่ยน/ซ่อมก็มักจะหลักหมื่นขึ้นไป
  • ผูกติดกับตำแหน่งบ้าน — ถ้าย้ายบ้านหรือรีโนเวทใหญ่ การรื้อ ย้าย หรือติดตั้งใหม่มีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนตามมาอีกชุดหนึ่ง
  • เสี่ยงกระทบหลังคา — ถ้าติดตั้งไม่ดี อาจมีผลเรื่องจุดรั่ว จุดผุ การรับน้ำหนัก ซึ่งมักจะมาโผล่เป็นปัญหาในระยะยาว

*ข้อมูลด้านบนเป็นภาพรวมข้อควรพิจารณาของโซล่าเซล/โซล่ารูฟ 5 kW — ไม่ได้หมายความว่าโซล่าเซลไม่ดี แต่ต้องเข้าใจทั้งด้านดีและภาระที่ต้องรับก่อนตัดสินใจลงทุนก้อนใหญ่

PeakGuard

เริ่มจาก “จัดระเบียบการใช้ไฟ” ก่อนลงทุนโซล่าเซลหลักแสน

  • ลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่า — งบติดตั้ง PeakGuard โดยทั่วไปถูกกว่าระบบโซล่าเซล/โซล่ารูฟ 5 kW เฉลี่ยประมาณ 10 เท่า (แล้วแต่ขนาดโหลดและหน้างาน)
  • ติดตั้งไม่ยุ่งยาก — ทำงานที่ตู้ไฟหลัก หรือต่อเข้ากับวงจรโหลดสำคัญ เช่น EV แอร์ ปั๊มน้ำ ไม่ต้องปีนหลังคา ไม่ต้องเจาะกระเบื้อง ไม่ต้องแก้โครงสร้าง
  • ไม่ต้องลุ้นแดดPeakGuard ทำงานกับพฤติกรรมใช้ไฟของคุณโดยตรง ไม่ว่าฟ้าวันนั้นจะครึ้มหรือแดดจัด ระบบก็ยังช่วยลดการใช้ไฟส่วนเกินและตัดพีคได้
  • เห็นแนวโน้มผลได้เร็ว — เหมาะกับคนที่อยากดูผลใน รอบบิลถัดไป จากการจัดการโหลด EV แอร์ และอุปกรณ์กินไฟอื่น ๆ ให้มีประสิทธิภาพขึ้น
  • เมนเทนแนนซ์น้อย — ไม่มีแผงบนหลังคาให้ล้าง ไม่มีโครงสร้างเพิ่มบนตัวบ้าน เน้นใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบให้ทำงานระยะยาวพร้อมการรับประกัน
  • ช่วยวางแผนโซล่าในอนาคต — เมื่อรู้แล้วว่าโหลดจริงของบ้านเป็นอย่างไร คุณสามารถวางขนาดโซล่าเซลให้เหมาะสม ไม่ต้อง “เผื่อเกิน” จนระบบใหญ่เกินความจำเป็น
  • ทำงานร่วมกับโซล่าเซลได้ — ในอนาคตหากติดโซล่าเซล/โซล่ารูฟเพิ่ม PeakGuard ยังช่วยจัดการโหลด ให้ใช้ไฟที่ผลิตได้คุ้มที่สุด และช่วยไม่ให้ยอดพีคจาก EV/แอร์ดันบิลไฟช่วงที่โซล่าไม่พอ
ทดลองติดตั้งฟรี 1 รอบบิล ไม่เห็นผล ถอดคืนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สรุปง่าย ๆ: เริ่มจาก PeakGuard ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องโซล่าเซล/โซล่ารูฟก็ได้

เป้าหมายของเราไม่ใช่การบอกว่าโซล่าเซลหรือโซล่ารูฟ 5 kW ไม่ดี แต่คือการช่วยให้คุณไม่ต้องรีบ “กระโดด” ไปลงทุนหลักแสน ทั้งที่ยังไม่เคยจัดการการใช้ไฟในบ้านเลยด้วยซ้ำ

หลายบ้านเริ่มจากการติด PeakGuard ก่อน เพื่อลดการใช้ไฟส่วนเกินและตัดพีคของโหลดหนักอย่าง EV และแอร์ จากนั้นเมื่อพร้อมเรื่องงบประมาณและโครงสร้าง จึงค่อยวางแผนติดโซล่าเซล/โซล่ารูฟขนาดที่เหมาะสมในภายหลัง — ซึ่งสองระบบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างสถานการณ์ที่เจอบ่อย (เพื่อให้เห็นภาพ)

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างสถานการณ์จำลองที่ทีมงาน PeakGuard เจอบ่อยในหน้างานจริง เพื่อช่วยให้คุณลองเทียบกับบ้านหรือธุรกิจของตัวเองง่ายขึ้น
*ตัวเลขด้านล่างเป็นการประมาณจากรูปแบบการใช้ไฟที่พบได้บ่อย ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ของทุกบ้าน/ทุกเคส

สถานการณ์ตัวอย่าง A

บ้านมีรถ EV 1–2 คัน ชาร์จที่บ้านเป็นหลัก

  • ค่าไฟเฉลี่ยมักอยู่ช่วงประมาณ 7,000–9,000 บาท/เดือน (ขึ้นอยู่กับระยะทางที่วิ่งและพฤติกรรมการใช้แอร์/เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นร่วมด้วย)
  • ช่วงที่มักดันบิลไฟให้พุ่ง คือการ ชาร์จ EV พร้อมกับเปิดแอร์หลายตัว หรือใช้อุปกรณ์กินไฟหนักหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
  • เป้าหมายการติด PeakGuard คือช่วย จัดระเบียบการใช้โหลด และ ตัดพีค ให้ค่าไฟโดยรวม “ไม่เหวี่ยง” และมีโอกาสลดลงระดับ หลายพันบาท/เดือน ในบางเคส
สถานการณ์ตัวอย่าง B

บ้านมีแอร์หลายตัว แต่ยังไม่มีรถ EV

  • ค่าไฟเฉลี่ยมักอยู่ช่วงประมาณ 3,000–5,000 บาท/เดือน
  • ปัญหาที่เจอบ่อยคือ เปิดแอร์หลายห้องพร้อมกัน รวมกับอุปกรณ์กินไฟอื่น เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น/ฮีตเตอร์/ปั๊มน้ำ ทำให้ยอดพีคสูงกว่าที่ควร
  • การติด PeakGuard จะช่วยให้เห็นภาพการใช้โหลด รวมถึงช่วย จัดลำดับการทำงาน ของอุปกรณ์หนัก ๆ เพื่อลดการพุ่งของบิลในเดือนที่ใช้งานหนักเป็นพิเศษ
สถานการณ์ตัวอย่าง C

ร้านกาแฟ / ร้านอาหารเล็ก / ออฟฟิศขนาดเล็ก

  • ค่าไฟเฉลี่ยมักอยู่ช่วงประมาณ 6,000–12,000 บาท/เดือน ตามจำนวนแอร์ ตู้แช่ อุปกรณ์ครัว และเวลาที่เปิดให้บริการ
  • การใช้ไฟมักเป็นแบบ เปิดอุปกรณ์แทบทั้งร้านพร้อมกัน ตลอดช่วงเวลาทำการ ทำให้โหลดโดยรวมสูงต่อเนื่อง
  • การมี PeakGuard เข้ามาช่วยจัดการโหลดหลัก ๆ จะช่วยให้ ควบคุมยอดพีค และวางแผนการใช้ไฟให้คุ้มขึ้นในระยะยาว

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณใกล้กับแบบไหน?

ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า “บ้าน/ร้านของฉันตรงนิดหน่อยทุกแบบเลย” หรือไม่แน่ใจว่าเคสของคุณควรจัดอยู่ในกลุ่มไหน วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ส่งบิลค่าไฟล่าสุดกับรูปตู้ไฟ มาให้ทีมงาน PeakGuard ช่วยประเมินให้ก่อน

เราจะช่วยดูให้ว่าแนวโน้มค่าไฟของคุณใกล้เคียงกับตัวอย่างไหน และควรเริ่มจัดการจากจุดไหนให้คุ้มที่สุด — เริ่มจากส่งบิลค่าไฟให้เราประเมินให้ก่อน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปลอดภัย มั่นใจ ประหยัดได้จริง

ออกแบบเพื่อความสบายใจของคุณ และค่าไฟที่คุมได้

ติดตั้งด้วยช่างผู้ชำนาญงานปะสบการณ์มากกว่า 40 ปี
มีประสบการณ์ติดตั้งมากกว่า 1000 หลัง
มี 0 Bypass
สลับกลับสภาพเดิมได้ทันทีเมื่อทดสอบหรือบำรุงรักษา
ใช้งานง่ายมาก
หมุนปุ่มเลือกโหมดให้เหมาะกับช่วงเวลา

ลองใช้ก่อน 1 รอบบิล ถ้าไม่เข้าเป้า ถอดคืนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ทดลองใช้จริงในบ้านคุณ ไม่ใช่แค่คำโฆษณา

PeakGuard ออกแบบมาสำหรับบ้านและธุรกิจที่อยากเห็นผลลดค่าไฟจริง ไม่ใช่แค่คำพูดในโบรชัวร์ เราเลยให้คุณทดลองติดตั้งและใช้งานจริง 1 รอบบิลเต็ม ๆ กับพฤติกรรมการใช้ไฟปกติของคุณ โดยไม่ต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้ยุ่งยาก

ถ้าผลลัพธ์ที่ได้ไม่เข้าเป้าตามที่คุยกันไว้ตอนประเมินหน้างาน เรายินดีถอดระบบคืนให้ โดยไม่คิดค่าติดตั้งและค่าแรงถอดเพิ่ม เพื่อให้คุณมั่นใจว่า การลองใช้ PeakGuard ในบ้านตัวเองไม่มีเรื่องค่าใช้จ่ายแอบแฝง

ลองใช้ก่อน 1 รอบบิล ไม่เห็นผล ถอดคืนได้ 100%

ทดลองใช้ฟรี 1 รอบบิลจริง
ไม่เห็นผลตามที่คุยกันไว้ ยินดีถอดคืนโดยไม่คิดค่าติดตั้งและค่าแรงถอดเพิ่ม

  • ทดลองใช้งานจริง 1 รอบบิล ภายใต้การใช้งานตามปกติของบ้านคุณ
  • ถ้าผลไม่เข้าเป้า สามารถขอถอดคืนได้ โดยไม่คิดค่าติดตั้งและค่าแรงถอดเพิ่ม
  • เงื่อนไขรายละเอียดจะตกลงร่วมกันก่อนติดตั้งอย่างชัดเจนและแฟร์ทั้งสองฝ่าย
  • ผลลัพธ์ขึ้นกับรูปแบบการใช้ไฟจริงของแต่ละบ้าน/ธุรกิจ

เลือกโหมดได้ 5 ระดับ — คุมค่าไฟได้จริง

คลิกที่โหมดต่างๆ เพื่อดูการจำลองการใช้พลังงานและการประหยัด

ประหยัด
พลังงานที่ใช้
พลังงานที่ประหยัด

โหมดสมดุล: เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้ทั้งความเย็นสบายและการประหยัดไฟที่เห็นผล

ท้าพิสูจน์ (ฟรี) ว่าค่าไฟคุณจะลด

ติดตั้ง PeakGuard ให้ทดลองใช้ก่อน 1 รอบบิล (เหมือนเคส 7,814)
ไม่เห็นผล? เราถอดระบบคืนให้ ไม่เสียเงินซักบาท
(ราคาจริงจะแจ้งตามขนาดโหลดไฟบ้านคุณ)*

(เคสจริง) ผลลัพธ์จากบ้านที่ใช้รถ EV 2 คัน

นี่คือผลลัพธ์จริงจากบ้านที่ใช้รถ EV ที่เจอปัญหาค่าไฟพุ่งหลังติดตั้งที่ชาร์จ EV

เคสจริง: บ้าน EV 2 คัน (ค่าไฟ 7,814.05 เหลือ 4,309.16)
ก่อนติดตั้ง: ค่าไฟพุ่งสูงถึง 7,814.05 บาท/เดือน (หลังชาร์จ EV 2 คัน + เปิดแอร์ปกติ)
หลังติดตั้ง PeakGuard: ค่าไฟลดลงเหลือ 4,309.16 บาท/เดือน (โดยยังคงชาร์จรถและใช้ชีวิตปกติในโหมด Max-Save)
🎉 ประหยัดจริง 3,504.89 บาทต่อเดือน!
*ผลลัพธ์ขึ้นกับโหลด สภาพอุปกรณ์ การตั้งค่า และพฤติกรรมการใช้งานจริงของแต่ละบ้าน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

🛡️ ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิงครับ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ลูกค้าเลือกใช้ PeakGuard

เราขออธิบายความแตกต่างให้เข้าใจง่าย 2 ข้อหลัก:

1) ความแตกต่างด้าน “การติดตั้ง”
กล่องแบบเสียบปลั๊ก: ติดตั้งที่ ปลายทาง (เต้ารับ) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและ กฟผ. ชี้ชัดว่า ไม่มีผล ต่อการลดค่าไฟในมิเตอร์หลัก เพราะสิ่งที่อุปกรณ์นั้นพยายาม "ประหยัด" (คือค่า Power Factor) มิเตอร์ไฟบ้านไม่ได้นำมาคิดค่าไฟอยู่แล้ว

PeakGuard: ติดตั้งที่ ต้นทาง (ตู้ควบคุมไฟหลัก) โดยช่างผู้ชำนาญ นี่คือจุดยุทธศาสตร์เดียวที่ถูกต้อง เพราะเป็นการควบคุมและปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้า ทั้งระบบ ก่อนที่จะจ่ายไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นในบ้านครับ

2) ความแตกต่างด้าน “หลักการทำงาน”
กล่องแบบเสียบปลั๊ก: ใช้ "คาปาซิเตอร์" (Capacitor) ซึ่ง กฟผ. ยืนยันว่าเหมาะสำหรับ "มอเตอร์ในโรงงาน" ไม่ใช่ "บ้านพักอาศัย" เพราะระบบคิดค่าไฟของบ้านเราไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คาปาซิเตอร์ทำได้

PeakGuard: เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนเป็น "Inverter อัจฉริยะสำหรับบ้านทั้งหลัง" ทำงานด้วยหลักการ "ควบคุมเฟสไฟฟ้า" (Phase Control) ที่ถูกพัฒนาให้เหนือกว่าด้วยการปรับความละเอียดที่แม่นยำถึง 100 Steps (FineScale™ Regulation Technology) เพื่อ "ตัดไฟส่วนเกิน" ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องใช้ออกไปอย่างชาญฉลาด ลดความร้อน ลดการสูญเสียพลังงานแฝง และช่วยประหยัดค่าไฟในที่สุด

สรุปสั้น ๆ: PeakGuard ไม่ใช่กล่องเสียบปลั๊ก แต่เป็นเทคโนโลยีควบคุมไฟหลักของบ้านทั้งระบบ ที่ออกแบบมาสำหรับบ้านและร้านเล็กโดยเฉพาะครับ

เสียงจริงจากผู้ใช้ PEAKGUARD

ลูกค้าที่ลอง PeakGuard
แล้ว เขาว่ายังไงกันบ้าง

เคสจริงจากบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และร้านกาแฟที่เคยเจอปัญหาค่าไฟพุ่งทุกเดือน แต่หลังติด PeakGuard แล้วบิลไฟฟ้าดูเบาลงตั้งแต่บิลแรก

รีวิวที่ 1 – บ้านเดี่ยว / มีรถ EV

“แรก ๆ ยังไม่ค่อยเชื่อแต่เพราะโปรโมชั่นทดลองใช้ฟรี 1 เดือนก็เลยลองแบบไม่ต้องคิดเยอะ บ้านผมมีรถ EV 2 คัน ชาร์จเกือบทุกวัน ค่าไฟอยู่แถว ๆ เจ็ดพันปลาย ๆ ใกล้ ๆ แปดพัน พอติด PeakGuard ไปเดือนแรกก็เห็นว่าบิลลงมาหลายพันแบบไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมอะไรเป็นพิเศษ ไฟในบ้านก็ไม่ได้รู้สึกว่าดรอปหรือมืดลง ตอนนี้กล้าขับรถ EV มากขึ้น เรียกว่าใช้แทนรถน้ำมันทุกคันในบ้าน”

— คุณโอ๊ต • หมู่บ้านโซนบางนา

รีวิวที่ 2 – ทาวน์โฮม / ทำงานที่บ้าน เปิดแอร์ยาว

“บ้านเราเป็นทาวน์โฮม เวิร์คฟอมโฮมทำงานที่บ้านกันเกือบทั้งวัน แทบต้องเปิดแอร์ทั้งวัน เมื่อก่อนต้องคอยปิด ๆ เปิด ๆ ร้อนก็ต้องทนเพราะค่าไฟสูงขึ้นมากจากแต่ก่อนที่ออกไปทำงานนอกบ้าน เรียกว่า 2–3 เท่าจากเดิม พอติด PeakGuard แล้วบิลไม่พุ่งเท่าเดิม รู้สึกกล้าเปิดแอร์ยาว ๆ มากขึ้น ไม่ต้องมานั่งเครียดตอนถึงวันที่เค้ามาจดค่าไฟเหมือนแต่ก่อนค่ะ”

— คุณฝน • ทาวน์โฮมโซนรามอินทรา–มีนบุรี

รีวิวที่ 3 – ร้านกาแฟ / เครื่องเยอะ เปิดทั้งวัน

“ร้านกาแฟมีทั้งเครื่องชง แอร์ ตู้แช่ เปิดตั้งแต่เช้ายันเย็น ค่าไฟแต่ละเดือนก็หนักอยู่เกินหมื่นไปไกลมาก ก่อนติด PeakGuard บิลขึ้น ๆ ลง ๆ ตามยอดลูกค้าเลย เดือนเงียบ ๆ ก็ต้องเปิดแอร์ประคอง ๆ ให้ร้านเย็นเพราะกลัวลูกค้าหนี รู้สึกว่าโดนค่าไฟกินกำไรมาก พอติดไปแล้วบิลไฟนิ่งขึ้น ไม่ได้กระชากเหมือนเมื่อก่อน เดือนที่ลูกค้าน้อยก็ยังพอหายใจได้ ไม่รู้สึกว่าค่าไฟมาโหดเกินไปค่ะ”

— คุณมายด์ • ร้านกาแฟโซนราชพฤกษ์

ติดต่อเรา

LINE OA @peakguard QR
สแกน QR เพื่อแอด LINE OA @peakguard
กดเพื่อเปิดแชท LINE ปรึกษาค่าไฟฟรี

เริ่มทดลองใช้ PeakGuard ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน

  1. แอด LINE มาคุยกับช่าง Bon
  2. เล่าเคสคร่าว ๆ ว่าเป็น “บ้านหรือร้าน” + ค่าไฟล่าสุดประมาณเท่าไหร่ (ถ้ามีบิลจะส่งมาก็ได้)
  3. ถ้าดูแล้วคุ้ม ช่าง Bon จะช่วยนัดวันติดตั้งทดลองใช้ 1 รอบบิล หากไม่คุ้ม หรือยังไม่สบายใจ สามารถแจ้งถอดคืนได้ฟรี 100%

ติดต่อทีม PeakGuard ผ่าน LINE หรือโทรช่าง Bon

ติดต่อทีมงานทันที

แชท LINE เพื่อนัดติดตั้ง หรือโทรคุยรายละเอียด

*ติดตั้งทดลองผลก่อนชำระค่าบริการ

ช่องทางติดต่อด่วน

เวลาทำการ: 09:00–18:00 (จันทร์–เสาร์)

พื้นที่บริการ: กรุงเทพฯ และปริมณฑล (ค่าเดินทางฟรี)